ท่าเรือหยานเถียน (Yantian) ในเซิ่นเจิ้น รองรับปริมาณตู้สินค้า มากถึง13.3 ล้าน TEU ในปี2020 ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นตู้สินค้าที่เข้าออกท่าเรือ
มากถึง 36,400 TEU ต่อวัน เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ของโลก หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ท่าเรือ Yantian มีขนาดเป็น 1.6 เท่า
ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในไทยอย่าง ท่าเรือแหลมฉบัง

ตลอดช่วง1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเหตุแพร่ระบาดของโควิดที่ท่าเรือ Yantian ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน
โดยที่อัตราการทำงานลดลงเหลือเพียง 30% ของระดับปกติ เท่านั้น และมีการประกาศหยุดการให้บริการในฝั่งตะวันตกของท่าเรือYantian

ล่าสุดสายเรือONE แจ้งว่า ท่าเรือ Yantain ยังประสบปัญหา ขาดแคลนแรงงาน และการควบคุมโรค ทำให้ท่าเรือ Shekou และ Chiwan
ที่อยู่ใกล้เคียงกันมีปริมาณการส่งออกหนาแน่น เกิน 90% นอกจากนี้ท่าเรือ Nansha ในกวางโจว ก็ประสบปัญหาการระบาดเช่นกัน
ส่งผลให้เรือหลายๆ ลำต้อง ทำให้ต้องละเว้นการเข้าจอดที่ท่าเรือ Yantian และ Shekou

ทางสายเรืออื่นๆ เช่น Maersk ก็มีความจำเป็นที่จะต้องละเว้น การจอดเช่นกัน


            หากเทียบกับ เหตุการณ์เรือขวางคลองสุเอซ ก็ส่งผลกระทบต่อปริมาณตู้ที่หมุนเวียน วันละ 55,000 TEU
แต่ก็กินเวลาเพียง 6วันเท่านั้น หากเทียบกับเหตุการณ์ที่จีนรอบนี้ ที่เกิดเหตุระบาดของโควิด ที่ท่าเรือ Yantian
มีการประเมินว่า จนถึงปัจจุบันมีผลต่อปริมาณตู้หมุนเวียนถึง 357,000 TEU แซงคลองสุเอซไปเรียบร้อย
(และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ โดยในอดีต เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นแบบนี้ ผลกระทบก็จะไม่รุนแรงมาก
เพราะว่า เรือที่ขนตู้สินค้า ก็ยังว่างอยู่ ไม่ได้ขนกันเต็มทุกลำเหมือนปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทาน ระหว่างประเทศ เปราะบางสุดๆ ในขณะนี้

นอกเหนือจากจีน ฝั่งสหรัฐฯ ผู้นำเข้ารายใหญ่ ก็ประสบปัญหาท่าเรือหนาแน่นไม่แพ้กัน ตัวอย่างเช่น ท่าเรือ Oakland
และพอจีนสะดุดไปแบบนี้ ก็ไม่พ้นสหรัฐฯ ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ฝั่งเอเชีย ไปยุโรป ก็ยังแย่เหมือนเดิม ปริมาณความต้องการขนส่ง
เกินกำลังการขนส่งไปมาก และคาดว่าจะมี Blank sailing จากเอเชียไปยุโรป เพิ่มขึ้นในเดือน มิถุนายนและกรกฎาคม
แต่สถานการณ์ก็คงไม่ได้ดีขึ้นมากนัก อินเดีย ก็ยังหนัก ตอนนี้คงต้องคิดว่ากลัวโควิด หรือ กลัวส่งของไม่ได้ อันไหนน่ากลัวกว่ากัน
แต่พอมีมาตรการเข้มงวด ก็ทำให้โรงงานในอินเดียต้องลดกำลังการผลิตโดยปริยาย สถานการณ์ระยะสั้นเลยดูเหมือนจะดีขึ้น
แต่ระยะยาวก็ยังต้องเคลียร์ Backlogs โดยเฉพาะท่าเรือในอินเดียตอนใต้ และโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
ส่วนการขนส่งทางอากาศ สถานการณ์เริ่มดีขึ้น จากการที่ลูกเรือ เริ่มกลับมาบินได้ และความต้องการขนส่งลดลงบ้าง จากการที่หลายๆที่โดน lockdowns

Credit : https://bit.ly/3wr7EYt

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *