เปิดเหตุผล ลดภาษีดีเซล 5 บาท ทำไมราคาน้ำมันยัง 32 บาท เท่าเดิม


ท่ามกลางราคาพลังงานทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาของกินของใช้ที่พุ่งสูงขึ้น


ทั้งนี้ เหตุผลหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมัน ถือเป็นต้นทุนหลักในการดำเนินชีวิตของประชาชนคนไทย โดยสัปดาห์หน้าสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศยืนยันอีกครั้งว่าจะขึ้นค่าขนส่งอย่างน้อย 15% ตามราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติต่อมาตราการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ต่อจากที่ได้ลดการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยครบกำหนดวันที่ 20 พ.ค. 2565

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาทบทวนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลประจำสัปดาห์ โดยมีมติให้คงราคาดีเซลไว้ที่ลิตรละ 32 บาทจนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2565 ถึงแม้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันดีเชล (Gas Oil) 141.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลให้เป็น 5 บาทต่อลิตรไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่ 21 พ.ค.– 20 ก.ค. 2565 กบน.จะพิจารณาอีกครั้งว่า แนวทางการบริหารจัดการอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจะดำเนินการอย่างไร

“ในการลดภาษีดีเซลลงลิตรละ 5 บาท จะไม่ได้หมายความว่าราคาดีเซลจะลดลงลิตรละ 5 บาททันที แต่จะขึ้นอยู่กับฐานการคำนวณภาษีจะลดลงตามสัดส่วนน้ำมันดีเซลที่ผสมอยู่ในน้ำมันไบโอดีเซล (B100) เช่น ฐานภาษี B5 – B7 อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.99 บาท แต่อัตราที่ลดลงจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 4.65 บาท ดังนั้น อัตราภาษีใหม่ที่ลดลงหน้าสถานีบริการน้ำมันจะจัดเก็บอยู่ที่ลิตรละ 1.34 บาท จากเดิมลิตรละ 5.99 บาท”

ทั้งนี้ เนื่องจากฐานะกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงวันที่ 15 พ.ค. 2565 ติดลบแล้ว 72,062 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 37,854 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม LPG ติดลบ 34,208 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานจึงต้องนำเงินมาช่วยกองทุนน้ำมันพยุงราคาระดับลิตรละ 32 ให้ยาวขึ้น โดยกรอบยังคงอยู่ที่ไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทุนน้ำมันอุดหนุนลิตรละราว 9 บาท และวันที่ 21 พ.ค. 2565 มาตรการลดภาษีลิตรละ 5 บาท เข้ามาจะช่วยลดภาระเงินอุดหนุนกองทุนน้ำมันลงลิตรละ 2.46 บาท เป็นสนับสนุนลิตรละราว 7 บาท เพื่อยืดเวลาในการตรึงในราคาดีเซลระดับลิตรละ 32-33 บาทออกไป

อีกทั้ง หากโชคดีราคาน้ำมันดิบลดลงระดับ 100-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาดีเซลโลกอยู่ที่ระดับ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะสามารถลดการช่วยเหลือลงเป็นคนละครึ่งตามมติครม. เพื่อคงราคาขายปลีกที่ลิตรละ 32-33 บาท และลดภาระเงินกองทุนได้อีกช่องทาง

“เราจะต้องมาดูว่าการตรึงราคาดีเซลปัจจุบันจนถึงสิ้นปีจะมีวิธีการจัดอย่างไร จะหาเงินจากไหน เราต้องปรับแผนเป็นระยะ ถ้าแย่ลงจะทำวิธีไหนช่วยประชาชนได้มากสุด เพราะถ้ายังไม่มีเงินกู้เข้ามาสิ้นปีกองทุนน้ำมันจะติดลบทะลุ 100,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาเคยติดลบสูงแบบนี้ แต่ตอนนั้นยังไม่เป็นนิติบุคคล กระทรวงการคลัง ค้ำประกันได้ ตอนนี้มีทั้งโควิด ทั้งสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งนอกจากจะพยุงราคาดีเซลแล้วยังได้ช่วยพยุงราคาแอลพีจีด้วย”

สำหรับยอดใช้น้ำมันดีเซลยังคงอยู่ในระดับวันละ 66 ล้านลิตร ในขณะที่ดีเซล (เกรดพีเมียม) กบน.ได้ลดการอุดหนุนลงทำให้ยอดใช้งานจากวันละ 1.4 ล้านลิตร ลดลงเหลือวันละ 4 แสนลิตร ส่วนปริมาณการสำรองน้ำมันในประเทศไทยอยู่ที่ 68 วัน จึงอยากให้มั่นใจว่าจะไม่ขาดแคลนแน่นอน

Credit : www.bangkokbiznews.com/business/1005583

Leave a Reply